วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

10 สุดยอดหนังน่าดูวันคริสต์มาส

ช่วงคริสต์มาส แบบนี้เราจะต้องมีกิจกรรมดีดีอย่างการ ดูหนังซึ้งเราก็มีหนังที่เหมาะเทศกาลดีดีแบบนี้ด้วยนะคะ
ยกตัวอย่างหนังดี 10 เรื่องที่ต้องดูในวันคริสต์มาส


10. The Nightmare Before Christmas

เรื่องย่อ : เรื่องราววุ่นๆ เริ่มขึ้นเมื่อแจ๊ค สเกลลิงตัน ผู้นำแห่งเมืองฮาโลวีนติดใจในความอัศจรรย์ของวัน คริสต์มาส เขาจึงจับตัวซานตาคลอสไปแล้วทำหน้าที่เป็นซานตาคลอสเสียเอง วันคริสต์มาสปีนี้จึงกลายเป็นวันแห่งความโกลาหล !!ทำไมน่าดู : เป็นการเขียนบทและอำนวยการผลิตของผู้กำกับสุดติสท์แตกอย่าง ทิม เบอร์ตัน ที่สร้างเรื่องราวอันน่าสนใจ ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบการ์ตูนสต๊อปโมชั่น ซึ่งเป็นที่ร่ำลือกันว่า ทำออกมาให้ดีนั้นยากมาก ต้องอาศัยความพยายามสุดพลัง และทุกครั้งที่มีการพูดถึงสต๊อปโมชั่นแล้ว เรื่องนี้มักจะติดโผมาด้วยเสมอ เกือบลืมบอกไปว่าเพลงประกอบในหนังไพเราะเพราะจับใจเลยล่ะ 



9. The Santa Clause

เรื่องย่อ : เมื่อผู้ชายคนหนึ่งได้บังเอิญทำให้ซานตาคอสตายในวันคริสต์มาสอีฟ เขาก็ได้พบพันธะผูกผันในความว่าตัวเขาเองจะต้องเป็นซานตาคลอสคนต่อไป เรื่องของ สก็อต คาลวิน (ทิม อัลเลน) คุณพ่อที่ต้องรับหน้าที่ซานต้าโดยไม่ตั้งใจ เพราะดันไปทำซานต้าตกจากหลังคาและไปสวมชุดซานต้าตามคำขอของลูก แต่เขาหารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการยินยอมเป็นซานต้าไปโดยปริยาย แล้วจากนั้นความเปลี่ยนแปลงบนตัวเขาก็เริ่มครับ ตัวเริ่มอ้วนขึ้น หนวดเคราเริ่มเฟิ้ม พูดง่ายๆ เขากำลังจะกลายเป็นซานต้าแล้ว ซึ่งคนรอบข้างก็ไม่มีใครเชื่อหาว่าเขาบ้า ไม่ว่าจะเมียเก่าของเขา (เวนดี้ ครูสัน) หรือ ดร.นีล มิลเลอร์ (จัดก์ เรนโนลด์) แฟนใหม่ของเธอ มีแต่ลูกของเขาเท่านั้นแหละ ที่เชื่อว่าพ่อของเขาคือซานต้าจริงทำไมน่าดู : หากกล่าวถึงผลงานของ ทิม อัลเลน แล้วคงต้องนึกถึงภาพยนตร์ระดับท็อปฟอร์มเรื่องนี้ของเขา ที่ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม และถ้าครอบครัวไหนที่มีปัญหาในความสัมพันธ์พ่อลูก เรื่องนี้อาจช่วยท่านได้ 



8. Elf

เรื่องย่อ : เรื่องราวในคืนวันคริสต์มาสอีฟวันหนึ่งนานมาแล้ว เด็กทารกจากบ้านเด็กกำพร้าได้คลานเข้าไปในถุงของเล่นของ ซานตาคลอส โดยไม่มีใครสังเกตเห็น เขาจึงถูกนำกลับไปยังที่ทำงานของ ซานต้า ที่ตั้งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือไปโดยปริยาย แม้ว่าเขาได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อเลี้ยง เพื่อให้เติบโตเป็นพวกเอล์ฟ แต่เป็นเพราะเขาตัวโตกว่าคนอื่นๆ ถึง 3 เท่า เรื่องก็เลยแดงขึ้นว่า บัดดี้ (วิล เฟอร์เรล) ไม่เหมาะที่จะอยู่ในโลกของเอล์ฟอีกต่อไป สิ่งที่เขาต้องการคือ การค้นหาครอบครัวที่แท้จริงของเขาช่วงวันหยุดนี้ บัดดี้ตัดสินใจที่จะหา ที่ในโลกของเขาและมุ่งไปยังนิวยอร์กเพื่อเสาะหารากเหง้าของตัวเอง ทำไมน่าดู : เป็นหนังที่สร้างชื่อให้ วิล เฟอร์เรล กลายเป็นดาวตลกที่ฮอลลีวูดต้องการตัวเลยล่ะ ก็หนังเปิดตัวบนบ๊อกซ์ออฟฟิศในสัปดาห์แรกที่ลงโรงในอเมริกาด้วยรายได้ 31.8 ล้านเหรียญ แรงกว่าหนังฟอร์มยักษ์บางเรื่องซะอีก แถมยังเป็นผลงานการกำกับของ จอน ฟาร์ฟโร่ จาก ไอรอนแมน ทั้งสองภาคด้วย สวดยอดมั่กๆ 


7. How the Grinch Stole Christmas

เรื่องย่อ : คริสตมาส อย่างที่รู้กันว่า.. ช่วงเวลาที่มีความสุขและยอดเยี่ยมที่สุดของปี เป็นเวลาของการเฉลิมฉลองและชื่นชมยินดี เสียงระฆังกังวาล แลกของขวัญกัน ชาวบ้านเลี้ยงฉลอง เป็นวันหยุดพิเศษที่ทุกคนรักและถนอมรักอย่างเต็มใจ ก็เกือบทุกคนแหละที่เป็นอย่างนั้น บนภูเขาสูงครัมพิทซึ่งปกคลุมด้วยหิมะ อยู่ทางเหนือของเมือง เจ้ากรินช์ (จิม แคร์รี่ย์) ตัวอารมณ์ร้ายจอมตืดที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ดำรงชีพด้วยน้ำผักกาด, น้ำมันละหุ่ง และนมบูด กำลังมองลงมาที่ชาวบ้านฮูส์ แห่งหมู่บ้านฮูวิลล์ ซึ่งรักเทศกาลคริสตมาส และกำลังเตรียมฉลองเทศกาลนี้กันอย่างสนุกสนาน มันมองดูด้วยความรู้สึกอารมณ์เสีย จนกลายเป็นบูด แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก เพราะมันคิดแผนการณ์ชั่วร้ายได้ ราวกับมีดวงสว่างขึ้นในความคิดของมัน ความคิดที่วิเศษและน่ากลัว เจ้าตัวนี้นั้นไม่ธรรมดา มันทั้งร้ายกาจ มีเจตนาร้าย ซุกซน เจ้าเล่ห์ ขี้โกง คดในข้องอในกระดูก ขี้โมโห ชอบสร้างปัญหา อารมณ์ร้าย ใจร้าย หยาบคาย สุดทน เกินจะแก้ไข กลิ่นเหม็น แล้วก็ไม่ใช่กริ้นช์ที่ดี! แล้วเจ้ากริ้นช์ตัวนี้ก็ไม่ชอบเห็นคนมีความสุขซะด้วยสิ ทำไมน่าดู : แสดงโดย จิม แคร์รี่ ดาวตลกชื่อก้องโลก และกำกับโดย รอน โฮวาร์ด เจ้าของรางวัลออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก A Beautiful Mind เท่านี้ก็การันตีได้ว่า หนังจะสนุกและดีแค่ไหน แถมหนังเจ้ากรินช์ตัวเขียวเนี่ย ยังพ่วงตำแหน่งแชมป์หนังทำเงินสูงสุดของปี 2000 เลยแหละ ยังไม่พอเจ้าตัวเขียวยังเข้าชิงถึงสามรางวัลออสการ์ โดยคว้ารางวัลในด้านการแต่งหน้ามาได้ เลิศมั่กๆ


6. Miracle on 34th Street

Miracle on 34th Street (1947)

เรื่องย่อ : เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ชายชราผู้หนึ่งยืนยันว่า ตัวเองเป็นซานตาคลอสตัวจริง จนในที่สุดต้องขึ้นศาล เพื่อยืนยันตัวเอง เนื้อเรื่องจะสนุกอย่างไรต้องลองหามาชมกันเอาเองเน้อ ทำไมน่าดู : รีเมคมาจากหนังคลาสสิคชื่อเรื่องเดียวกันที่สร้างในปี 1947 โดยตัวหนังสร้างความอบอุ่นประทับใจแน่นอน เพราะได้ เลส เมย์ฟิลด์ มาคอยกุมบังเหียนหนังอยู่ เจ้าของผลงานฮากลิ้งอย่าง Blue Streak 


5. The Polar Express

เรื่องย่อ : ในคืนหิมะตกก่อนวันคริสต์มาส เด็กชายตัวน้อยนอนลืมตาอยู่ในห้องของเขา ทั้งตื่นเต้นและเตรียมพร้อม ลมหายใจแผ่วเบา แทบไม่กระดิกตัว เฝ้าคอย เขากำลังเงี่ยหูฟังเสียงที่เขาหวั่นใจว่าจะไม่มีวันได้ยินเสียงกระดิ่งของรถเลื่อนซานต้า เวลาในขณะนั้นคือห้านาทีก่อนเที่ยงคืน ทันใดนั้น เด็กชายก็ต้องสะดุ้งตกใจด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาท เมื่อเขาเช็ดถูฝ้าออกจากกระจกหน้าต่าง ก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้ต้องประหลาดใจอย่างมาก รถไฟสีดำเป็นมันวับ ที่ส่งเสียงดังสนั่นในขณะที่จอดลงตรงหน้าบ้านของเขาพอดี ไอน้ำที่พลุ่งออกมาจากเครื่องอันทรงพลังทำเสียงฟู่ๆ ในท้องฟ้ายามราตรีซึ่งมีเกล็ดหิมะกำลังโปรยปรายลงมาอย่างนุ่มนวล เด็กชายรีบวิ่งออกไปนอกบ้าน ทั้งตัวสวมเพียงชุดนอนและรองเท้าแตะ เขาพบกับนายตรวจตั๋วรถไฟซึ่งดูเหมือนว่ากำลังคอยเขาอยู่เพียงคนเดียว "เอ้า จะไปด้วยกันหรือเปล่า?" นายตรวจถาม "ไปไหนฮะ?" "อ้าว ก็ขั้วโลกเหนือน่ะซี นี่รถด่วนโพลาร์ เอ็กซ์เพรสนะ!" เมื่อถึงเด็กชายผู้มีความสงสัย ได้ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษไปยังขั้วโลกเหนือ และออกเดินทางเพื่อค้นหาให้พบตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามหัศจรรย์แห่งชีวิตนั้น ...ไม่เคยจางหายไปสำหรับผู้ที่มี "ความเชื่อ" ทำไมน่าดู : หากดูจากผลงานก่อนหน้านี้ของผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเมคคิส อาทิ Back to The Future, Forrest Gump, Contact หรือ Cast Away พูดได้คำเดียวว่า เพอร์เฟ็คท์ เพราะมันสมบูรณ์พูนพร้อมด้วยความสนุกสนานควบคุณภาพคับแก้ว และอีกเช่นกัน นี่คือผลงานระดับมาตรฐานใกล้เคียงกันที่ไม่ได้ด้อยค่าลงเลย 


4. Die Hard
Die Hard


เรื่องย่อ : จอห์น แม็คเคลน (บรู๊ซ วิลลิส) ยอดตำรวจแห่งเมืองนิวยอร์ค ผู้เดินทางมาถึงลอสแองเจลิส เพื่อร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับภรรยา (บอนนี่ บีดีเลีย) แต่ขณะที่แม็คเคลนรอให้งานปาร์ตี้เริ่มนั้น ผู้ก่อการร้ายซึ่งนำโดยฮานส์ กรูเบอร์ (อลัน ริคแมน) และ สมุนใจโหด (อเล็คซานเดอร์ โกดูนอฟ) ได้เข้ายึดตึกไว้ แน่นอน แม็คเคลนต้องคิดหาทางช่วย โดยมีเพียงปืนพกและสติปัญญาเป็นอาวุธ เขาเข้าร่วมศึกครั้งนี้โดยลำพัง และการปะทะกันก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงทำไมน่าดู : อันนี้ต้องออกตัวเลยว่า เป็นความชอบส่วนตัวล้วนๆ ของผู้เขียนเอง เห็นมีหนังแนว feel good แฟมิลี่คอมเมดี้เยอะแล้ว เลยขอแหวกบ้าง ซึ่งเหตุการณ์ในหนังก็เกิดช่วงคริสต์มาสนะ ยังถือว่าเชื่อมโยงกันได้อยู่ 

3. Love Actually
เรื่องย่อ : คนบางคนอาจมองว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แก่งแย่งชิงดี แต่อันที่จริงแล้ว เราจะพบว่ามีความรักปรากฏอยู่ในทุกแห่งหน ในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีหนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งเริ่มงานเป็นวันแรก ก็เกิดตกหลุมรักเลขาสาวจอมเปิ่นที่เพิ่งเข้าทำงานเป็นวันแรกเหมือนกัน, เจมี่ นักเขียนหนุ่มผู้เพิ่งจะพบว่าภรรยาเป็นชู้กับน้องชายของตน จึงหลบไปรักษาแผลใจที่บ้านพักริมทะเลสาบ และพบรักกับหญิงสาวคนทำงานบ้าน ซึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้, หญิงสาวที่แต่งงานแล้วอย่างคาเรน ผู้ซึ่งกำลังสงสัยว่าสามีของเธอกำลังปันใจให้กับเลขาหน้าห้องทำงาน หรือกระทั่งความรักของเด็กชายผู้ซึ่งกำลังพบรักครั้งแรกกับเด็กหญิงเพื่อนร่วมโรงเรียนที่ไม่เคยแม้แต่จะคุยกัน และพ่อม่ายที่ประสบปัญหาการเข้าถึงลูกชายผู้เพิ่งจะสูญเสียแม่ไป เมื่อเทศกาลคริสต์มาสกำลังย่างกรายมาถึง เรื่องราวของแต่ละคนในนครลอนดอนจึงบังเกิดขึ้นด้วยความมหัศจรรย์ที่มีรสชาติทั้งหวานและขม ตามแต่จะบังเกิดขึ้นในทุกหัวใจที่มีรัก ทำไมน่าดู : เป็นหนังที่รวบรวมเรื่องราวความรักของคนหลายคู่จากหลากสถานที่ เชื่อว่าคนที่ชอบดูหนังรักโรแมนติก ต้องไม่พลาดเรื่องนี้แน่ มีฉากน่าจดจำเยอะเชียวละ แม้แต่หนังเรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ยังหยิบฉากหนึ่งไปเป็นแรงบันดาลใจ ชนิดแทบจะก็อปปี้กันมาเลย 


2. Home Alone

เรื่องย่อ : เควิน (แม็คคอเล่ย์ คัลกิ้น) กลายเป็นวีรบุรุษประจำบ้านเพียงชั่วข้ามคืนเมื่อเขา ถูกทอดทิ้งให้อยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง เนื่องจากทุกคนในบ้านต่างกระตือรือร้นในการไปเที่ยวในช่วงวันหยุดคริสต์มาส เมื่ออยู่ตามลำพังแล้ว เควินได้จัดการแต่งบ้านเสียใหม่ เพื่อฉลองเทศกาลให้กับตัวเองโดยมีโจรซื่อบื้อ 2 นาย พยายามที่จะ เข้ามาขโมยของภายในบ้าน โดยไม่รู้อนาคตของตัวเองในที่สุดโจรทั้งสองก็ต้องมาตกหลุมที่หนุ่มน้อยเควินได้ขุดล่อเอาไว้ ทำไมน่าดู : หนังที่มีผู้คนทั่วโลกหลงรัก การันตีด้วยการกวาดรายได้ทั่วโลกแบบถล่มทลาย จนเจ้าหนูแม็คคอเล่ย์ คัลกิ้น ดังเป็นพลุแตกชั่วข้ามคืน และจนปัจจุบันก็ยังไม่มีหนังเรื่องไหนของคัลกิ้นที่ประสบความสำเร็จได้เท่าเรื่องนี้อีกแล้ว ถึงแม้จะสร้างภาคต่อออกมาเรื่อยๆ ก็ตาม 


1. It's A Wonderful Life

เรื่องย่อ : จอร์จ เบลี่ย์ (เจมส์ สจ๊วต) ชายหนุ่มเจอปัญหาที่ทุกข์ยากต่อชีวิต จึงคิดว่า ตนเองไม่น่าเกิดมาบนโลกในนี้ และตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย แต่เมื่อเทวดามาปรากฏในรูปมนุษย์ธรรมดา ได้เข้ามาขัดจังหวะคิดสั้นของจอร์จ เทวดาสอบถามปัญหาของเขา จอร์จบอกถึงความปรารถนาของตนว่า ไม่อยากเกิดมา เทวดาก็บอกว่า เป็นไปตามนั้น หลังจากนั้น เขากลับเข้าสู่ตัวเมืองแต่ไม่มีใครรู้จักเขาเลย เพราะเขาไม่เคยเกิดมา ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด จนเขาเริ่มตระหนักถึงคุณค่าชีวิต ทำไมน่าดู : เมื่อถึงช่วงคริสต์มาส หนังที่มักวนเวียนกลับมาฉายทางโทรทัศน์(ที่อเมริกานะ)บ่อยๆ เห็นจะไม่พ้นเรื่องนี้ และยังเป็น 1 ในหนังคลาสสิคที่ดีที่สุดของโลกภาพยนตร์ด้วย โดยติดอันดับที่ 20 จาก 100 อันดับหนังที่ดีที่สุดในรอบ 100 ปี ของสถาบันที่น่าเชื่อถืออย่าง AFI (American Film Institute) พูดได้ว่า เป็นขวัญใจผมเลยล่ะหนังเรื่องเนี๊ยะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น