แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

The Benefits of Split Peas ประโยชน์ของถั่วสปริตพี




ถั่วสปริตพี มีลักษณะเม็ดแห้ง แบนเล็กสีเขียว รสมันๆ 


มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ 
มีธาตุฟอสฟอรัสและเหล็ก โพแทสเซียม แมงกานีส แมกนีเซียม ทองแดง สังกะสี และวิตามินบี



มีเส้นใยอาหาสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เพราะใยอาหารจะจับตัวกับน้ำ 
ซึ่งมีคอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบ แล้วจะถูกขับออกมาจากร่างกายพร้อมกับการขับถ่าย

Split peas are high in protein and low in fat. They contain a fiber content and are a good source of important minerals. 


Nutrients in
Dried Peas
1.00 cup cooked (196.00 grams)
Nutrient%Daily Value

molybdenum196%

fiber65%

tryptophan56.2%

manganese39%

protein32.7%

folate31.8%

vitamin B124.6%

potassium20.2%

phosphorus19.4%

Calories (231)12%














วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิธีการทำ สเต็ก อร่อยต้องบอกต่อ พร้อมคำศัพท์เกี่ยวกับ Beef Cuts


วิธีการทำ สเต็ก (Steak)

 

ส่วนผสม
  1. เนื้อหมู 250 กรัม
  2. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  3. พริกไทยเม็ดบุให้แตก 10 เม็ด
  4. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  5. น้ำมัน 1 ช้อนกินข้าว
  6. โซดา 1 ช้อนกินข้าว
  7. หอมหัวใหญ่ 1 ชิ้นหั่นบางๆ
  8. Worcestershire Sauce

วิธีทำ
  • ให้นำเนื้อหมู มาขยำเบาๆ กับ โซดา แล้วหมักไว้ 5 นาที
  • หลังจากนั้นให้ใส่เครื่องปรุงทุกอย่าง ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • แล้วนำเนื้อหมูที่หมักแล้ว เข้าตู้เย็น ประมาณ 1/2 ชั่วโมง
  • เมื่อครบกำหนดแล้วให้ นำออกมาย่าง หรือทอดก็ได้แล้วแต่ชอบ
  • เวลาเสริฟ ให้ใส่ผักต้ม เช่น มันฝรั่งต้ม หรือแครอทต้ม หรือข้าวโพดหวานต้มก็ได้ และขนมปังปิ้งสองแผ่น
Chunk= เนื้อสันคอ เนื้อส่วนนี้มักจะมาทำเป็นแฮมเบอร์เกอร์
Rib=เนื้อซี่โครง ส่วนมากนำไปย่างหรือทอดโดยไม่ต้องเลาะกระดูกออก
Sirloin=เนื้อเซอร์ลอยด์เป็นเนื้อสันที่นุ่มมากที่สุดในบรรดาเนื้อส่วนต่างๆ ส่วนที่ติดกับกระดูกรูปตัว T เรามักจะเรียกว่า "ทีโบนสเต็ก"
Tenderloin=เนื้อสันใน เป็นเนื้อที่นุ่มและแพงที่สุด นิยมทำสเต็ก เช่น ฟิเลต์มิยอง
Round=เนื้อสะโพก เป็นเนื้อที่เหนียว นิยมไปอบหรือสตูว์
Shank=เนื้อน่อง เป็นเนื้อที่เหนียวที่สุด มักนิยมทำสตูว์หรือตุ๋น





Beef Cut Chart






วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กินอาหารเพิ่มคอลลาเจน




เรานำความจริงที่สาวๆต้องรู้มาให้ดูกันนะคะ


กินอาหารเพิ่มคอลลาเจน (เดลินิวส์)

โดย : นวพรรษ บุญชาญ

          คนที่รักสวยรักงาม จึงพยายามสรรหาสารพัดวิธีเพื่อเพิ่มคอลลาเจนให้คงความเต่งตึงอยู่เสมอ พออายุมากขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวหนังลดลง ผิวพรรณก็เริ่มเหี่ยวย่น โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่ปรากฏริ้วรอย ตีนกา อย่างชัดเจน ดังนั้น 

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ. สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า คอลลาเจนเปรียบเสมือนโครงกระดูกของผิว พออายุมากขึ้น คอลลาเจนมักจะหายไป ทำให้เกิดริ้วรอย หรือตีนกา 

          ความจริงคนเราไม่จำเป็นต้องไปกินคอลลาเจนที่เป็นขวด หรือเป็นเม็ด ซึ่งมีราคาแพงก็ได้ เพราะกินเข้าไปแล้ว ก็โดนน้ำย่อยทำการย่อย หลังจากนั้นก็จะถ่ายออกมากลายเป็นปัสสาวะที่แสนแพง น่าเสียดายเปล่า ๆ 

          วิธีป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจน ง่าย ๆ คือ หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ตัวการของความแก่ คนที่ไม่อยากแก่เร็วอย่ากินแป้งและน้ำตาลเยอะ หลีกเลี่ยงแสงยูวี เพราะจะทำให้คอลลาเจนรวน จับกันสะเปะสะปะ แทนที่จะยืดหยุ่นก็เป็นเสมือนยางที่เสื่อมสภาพ ทำให้เปราะและเหี่ยวง่าย ที่สำคัญควรรับประทานอาหารเติมคอลลาเจนให้กับร่างกาย 

          สำหรับอาหารที่มีคอลลาเจน เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ปลาทู ปลากระเบน กระดูกปลาฉลาม ซึ่งคอลลาเจนจะพบในกระดูกของปลา หรือพบบริเวณตาปลา มีลักษณะเป็นเหมือนวุ้น ๆ ใส ๆ หรือจะเอากระดูกอ่อนไก่ และหมูมาต้มน้ำซุปก็จะได้คอลลาเจนเช่นกัน 

          จะเห็นได้ว่าเวลาต้มขาหมู หรือต้มกระดูกหมู ข้น ๆ พอทิ้งไว้นาน ๆ จะกลายเป็นวุ้น นั่นแหละคือคอลลาเจน วิธีสังเกตว่าอันไหนไขมันอันไหนคอลลาเจน คือ ไขมันมักจะลอยอยู่ข้างบน ส่วนคอลลาเจนจะจมอยู่ข้างล่างเป็นวุ้นใส ๆ 

          ถ้ากลัวไม่กล้ากินคอลลาเจนจากสัตว์ ก็ยังมีคอลลาเจนจากพืชผัก ผลไม้ เช่น สาหร่ายทะเลเทา หรือเตา ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืด เห็ดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเข็มทอง เห็ดหูหนู หัวบุก ถั่วเหลือง แตงกวา ขึ้นฉ่าย มะกอก ส้มโอ แก้วมังกร แอปเปิล แต่คอลลาเจนที่พบในพืชผัก ผลไม้ จะน้อยกว่าที่พบในสัตว์ 

          ทั้งนี้คอลลาเจนที่ได้จากธรรมชาติจะสามารถดูดซึมได้ดี แต่ต้องมีวิตามินซีอยู่ด้วย ดังนั้นท่องจำไว้ให้ขึ้นใจว่า ถ้าเรากินคอลลาเจนเข้าไปเพียว ๆ โดยไม่กินอาหารที่มีวิตามินซีตามเข้าไปด้วย คอลลาเจนจะถูกน้ำย่อยสับ ๆๆๆ กลายเป็นกากออกมาหมด ถ้ากินเข้าไป 100 อาจจะเหลือแค่ 10 
          เพราะฉะนั้นถ้ากินคอลลาเจนจากสัตว์ หรือจากอาหารเสริม ที่ไม่มีวิตามินซี ก็ควรกินวิตามินซีร่วมด้วย เช่น กินผลไม้อย่าง ฝรั่ง หรือกินผักอย่างกระหล่ำปลีก็ได้ ส่วนผลไม้มีวิตามินซีอยู่แล้ว ก็จะช่วยดึงคอลลาเจนตัวมันเองเข้าไปด้วย 

          ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ สำหรับการเพิ่มคอลลาเจน ด้วยอาหารที่คุณหมอกฤษดา แนะนำ เพียงเท่านี้ริ้วรอย ตีนกา ก็จะมาเยือนท่านช้าลง

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Food for Hair มาดูอาหารเส้นผมกันค่ะ





อาหารจำพวกสัตว์ปีก - Poultry อาหารประเภทนี้จะให้โปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างเส้นผม ทำให้ผมไม่เปราะบาง ขาดง่าย และยังมีธาตุเหล็กในปริมาณมากทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์
หอยนางรม - Oysters  - นอกจากจะเป็นอาหารบำรุงพลังทางเพศแล้ว ยังมีสารประกอบของสังกะสี และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีประโยชน์กับเส้นผมอีกด้วย
ปลาแซลมอน- Salmon อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก กรดไขมัน โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ช่วยบำรุงหนังศีรษะ ดังนั้น ถ้าขาดกรดไขมัน โอเมก้า 3 จะทำให้หนังศีรษะแห้งจนกลายเป็นสาเหตุของการเกิดรังแค


ผลิตภัณฑ์นมเนยไขมันต่ำ แหล่งรวมแคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นผม รวมถึงมีส่วนผสมของคาซีน ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากนม อาหารประเภทนี้สามารถทานได้ตลอดทั้งวัน แถมยังช่วยให้อิ่มท้องด้วย
ไข่ - Eggs เป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่ช่วยบำรุงเส้นผม รวมถึงมีส่วนประกอบของไบโอทีน และวิตามินบี 12 อีกด้วย ซึ่งสามารถนำมาดัดแปลงได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทอด ต้ม ตุ๋น ล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพเส้นผมทั้งสิ้น
ถั่วเปลือกแข็ง  เป็นแหล่งสะสมธาตุซีลีเนียม สารธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างหนังศีรษะให้แข็งแรง ช่วยให้ผมไม่ขาดหลุดร่วงง่าย อาทิ วอลนัท มีส่วนประกอบของกรดโอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มความนุ่มให้แก่เส้นผม เม็ดมะม่วงหิมพานต์และเม็ดอัลมอนด์ มีส่วนประกอบของธาตุสังกะสี ช่วยให้เส้นผมนุ่มลื่น ไม่พันกัน
ธัญพืช Wheat  เมนูที่มีส่วนผสมของธัญพืช ไม่ว่าจะเป็นขนมปังโฮลวีต หรือซีเรียลต่างๆ ที่เป็นแหล่งสะสมของธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี

ผักใบเขียวเข้ม Dark Leafy Greens อาทิ ผักโขม บรอกโคลี เป็นแหล่งรวมวิตามินเอและซีที่ร่างกายต้องการ เพื่อสร้างไขมันผิวหนัง โดยน้ำมันจากรากผมคือสิ่งที่บำรุงผมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผักใบเขียวยังช่วยสร้างธาตุเหล็กและแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย
นอกจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการบำรุงเส้นผม การรับ-ประทานอาหารในแต่ละมื้อของคุณ ก็มีส่วนช่วยในการดูแลเส้นผมให้สุขภาพดี แข็งแรง มีน้ำหนัก และเงางามได้อีกด้วย



Credit: Sanook 

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

นำวิธีทำสเต็กแบบง่าย How to Cook Skirt Steak with Spinach and Jerusalem Artichoke




ใกล้ dinner time แล้ว 

วันนี้แอดมิน หิวมาก!!!

เลยต้องนำวิธีทำสเต็กแบบง่ายๆ มาฝากเพื่อนๆ

น่าทานมาก จัดเต็มเลยทีเดียว 

สามารถเอาไปทำให้คนพิเศษทานได้! 
เลิศค่ะ





www.lingothailand.com 

Paris vs. New York Food ปารีส-นิวยอร์ก มุมมองที่แตกต่าง







วันนี้แอดมิน ได้ภาพของ graphic designer  ชื่อดัง Vahram Muratyan ที่มีมุมมองที่แตกต่างระหว่าง  กรุงปารีส กับ นิวยอร์ก

Artwork ของเขาได้แรงบันดานใจจากการหลงใหล ในเมืองทั้งสอง
Muratyan เป็นคน ฝรั่งเศส ที่ความฝันที่จะไปอยู่ที่นิวยอร์ก

เมื่อเค้าได้ไปอยู่ที่นิวยอร์ก เค้าก็นึกคิดถึงบ้านเกิดของตนเอง
พอกลับมาอยู่ที่ปารีสก็คิดถึง นิวยอร์ก

จึงได้มาเป็นงานดังกล่าวค่ะ

แอดมินจึงหยิบยกตัวอย่างเอมาให้เพื่อนๆ ดูบางเรื่อง

อันนี้จะเป็นมุมมองด้านอาหารค่ะ




Paris vs New York Paris vs New York






www.lingothailand.com 

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

ขนมเครื่องดืมคู่ราศี ช่วยเสริมดวงชะตา >.<



ขนมคู่ราศี ช่วยเสริมดวงชะตา  




ราศีมังกร (22 ธ.ค. - 19 ม.ค.)
         ขนมสวยหลากสี สร้างสรรค์ให้ชีวิตแปลกใหม่ เป็นคนธาตุดิน ต้องเสริมความตื่นเต้นแปลกใหม่กับชีวิตด้วยขนมชั้นสีสวยๆ เยลลี่ลายหวานๆ หรือลูกชุป ช่วยเสริมสง่าราศีให้โดดเด่นที่สุด เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำหวานสีต่างๆ

 ราศีกุมภ์ (20 ม.ค. - 18 ก.พ.)
         โดดเด่นเป็นที่สนใจด้วยขนมหายาก เป็นคนธาตุลม ชอบขนมเบเกอรี่ ขนมเค้ก แต่มีขนมไทยหลายประเภทที่ช่วยเสริมดวงชะตา อาทิ สัมปันนี ฝอยทอง เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำส้ม น้ำเสาวรส น้ำแอปเปิ้ล

 ราศีมีน (19 ก.พ. - 20 มี.ค.)
         โชคดีทุกการเดินทางด้วยขนมพื้นบ้านหลากแบบ เป็นคนธาตุไฟ ที่ไม่ค่อยใจร้อนเท่าไหร่ ขนมพื้นบ้านจะช่วยเสริมให้เจ้าตัวโชคดีเรื่องการเดินทาง อาทิ ข้าวเม่า ข้าวตอก ข้าวตัง เล็บมือนาง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นประเภทน้ำผักผลไม้


 ราศีเมษ (21 มี.ค. - 19 เม.ย.)
         ลดอารมณ์ร้อนๆ ด้วยขนมเย็น เป็นคนธาตุไฟ มีนิสัยใจร้อนหงุดหงิดง่าย ควรแก้เคล็ดด้วยขนมประเภทเย็นๆ อาทิ ขนมลอดช่อง กระท้อนลอยแก้ว จะช่วยให้อารมณ์เย็นมีชีวิตชีวา สิ่งที่ติดขัดหรือมีปัญหาจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำผลไม้ปั่น อาทิ น้ำสับปะรด น้ำกระเจี๊ยบ

 ราศีพฤษภ (20 เม.ย. - 20 พ.ค.)
         เสริมความก้าวหน้าด้วยขนมเนื้อแน่น เป็นคนธาตุดินหนักแน่น มั่นคงมีความรักชอบในศิลปะแบบโบราณ ชนมที่ช่วยเสริมราศี อาทิ ตะโก้ ขนมชั้น ขนมเปียกปูน ขนมหม้อแกง ขนมถ้วย เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็นน้ำมะตูม น้ำตะไคร้ เก็กฮวย

 ราศีเมถุน (21 พ.ค. - 21 มิ.ย.)
         ขนมหายากสร้างเสน่ห์ให้เป็นที่รัก เป็นคนธาตุลม จิตใจแปรปรวน ขนมที่เสริมดวงชะตาให้เป็นที่รักของผู้อื่นอาทิ ขนมหน้านวล เครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้เช่น ไวน์ พันซ์

 ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. - 22 ก.ค.)

         ชีวิตมีสีสันด้วยขนมรสชาติหวานมัน เป็นคนธาตุน้ำ ใจเย็นเพราะใจดีมีความนุ่มนวล ขนมที่เสริมดวงชะตาสง่าราศี อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา สังขยาฟักทอง ขนมประเภทแกงบวช เครื่องดื่มที่เหมาะคือประเภทน้ำหวาน ชา หรือกาแฟ ทั้งร้อนและเย็น 


 ราศีสิงห์ (23 ก.ค. - 22 ส.ค.)
         เสริมความหรูหราด้วยขนมชื่อสิริมงคล เป็นคนธาตุไฟ ที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ ขนมที่มีสีแดง ส้ม ทอง อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จ่ามงกุฏ ข้าวเหนียวแดงจะช่วยเสริมความสง่างามและเสน่ห์ให้ตนเอง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำสมุนไพร พวกน้ำจับเลี้ยง ชา ดอกคำฝอย 

 ราศีกันย์ (23 ส.ค. - 22 ก.ย.)
         คนรอบข้างรักใคร่เมตตาด้วยขนมสีขาว เป็นคนธาตุดิน ที่ค่อนข้างใจเย็น ขนมที่คู่บารมีกับชาวกันย์ ต้องมีสีขาวหรือสีนวลเมตตา ขนมผิง ขนมหน้านวล หรือวุ้นกระทิ จะช่วยให้คนรอบข้างรักใคร่ เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นพวกน้ำสมุนไพร รังนก หรือโสม 

 ราศีตุลย์ (23 ก.ย. - 22 ต.ค.)
         ขนมหลากสีสัน ผลักดันให้งานก้าวหน้า เป็นคนธาตุลม ที่ไม่ค่อยยินดียินร้ายกับอะไรทั้งสิ้น ขนมที่เสริมบารมีกับหน้าที่การงานต้องมีสีสันสดใส เช่น ขนมสัมปันนี ช่อม่วง วุ้นกรอบ ข้าวเม่า เครื่องดื่มที่เหาะควรเป็นน้ำผลไม้และนม

 ราศีพิจิก (23 ต.ค. - 21 พ.ย.)
         ขนมผสมกระทิเนรมิตความร่ำรวย เป็นคนธาตุน้ำ มีความเป็นตัวของตัวเองสู้งานหนัก สุขุม เหมาะกับชนมหวานประเภทแกงบวช ครองแครง ปลากริมไข่เต่า บัวลอย จะช่วยเสริมความร่ำรวย เครื่องดื่มที่เหมาะต้องมีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว

 ราศีธนู (22 พ.ย. - 21 ธ.ค.)
         ขนมมงคลพิธี ช่วยให้มีแต่คนเมตตา เป็นคนธาตุไฟ เหมาะที่สุดกับขนมที่มีชื่อเป็นมงคลจะเสริมให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้างเช่น ขนมทองเอก โพรงแสม รังนก เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำตาลสด ชา กาแฟ


Credit by teenpath