วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน

มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน

credit: www.stocklogos.com

แบรนด์ดังๆหลายๆแบรนด์นั้น จะมีโลโก้ที่เราทุกคนล้วนรู้จักดี แต่จะมีกี่คนที่เคยเห็นหน้าผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังเหล่านั้น วันนี้ JDesign Agency ได้รวบรวมเอามาให้ทุกคนได้ดูกันกับโฉมหน้าของผู้ออกแบบโลโก้ทั้ง 7 คนที่ออกแบบให้กับแบรนด์ดัง 7 แบรนด์ด้วยกันค่ะ
1. Salvador Dali
มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน
Salvador Dali ชายผู้นี้เป็นผู้ออกแบบโลโก้ของ Chupa Chups อมยิ้มชื่อดังนั่นเอง ซึ่งเขาใช้เวลาออกแบบโลโก้นี้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยสีที่ใช้นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากธงชาติของประเทศสเปนนั่นเอง
2. Carolyn Davidson
มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน
Carolyn Davidson เธอคนนี้เคยเป็นนักเรียนที่รัฐพอร์ตแลนด์ (Portland) ซึ่งตอนนั้นเธอได้ดีไซน์โลโก้ของ Nike และได้รับค่าตอบแทนมา $35 ซึ่งโลโก้นี้แม้ไม่ค่อยเป็นที่ถูกใจ Knight ผู้ก่อตั้ง Nike ก็ตามแต่ ณ ขณะนี้ โลโก้นั้นมีมูลค่ากว่า $643,000
3. Frank Mason Robinson
มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน
Frank Mason Robinson นี้เป็นผู้ออกแบบโลโก้ให้กับแบรนด์ Coca-Cola ในปี 1885 ซึ่งเขาเลือกให้โลโก้ของ Coca-Cola นี้มีลักษณะเป็นตัวอักษรที่เขียนติดๆกัน (Spencerian Script) ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 19 ได้ถูกนำมาพัฒนาจนกลายเป็นรูปแบบตัวอักษรเขียนที่เป็นทางการมากขึ้น
4. Milton Glaser
มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน
Milton Glaser คนนี้เป็นผู้ออกแบบโลโก้ I Love NY โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก“Montreal, the city with a heart” ซึ่งเป็นแคมเปญการตั้งชื่อเมืองมอนทรีอัล ประเทศแคนาดา ซึ่งเขาออกแบบโลโก้นี้โดยไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ในส่วนของรูปภาพสเก็ตโลโก้ถูกโชว์ไว้ที่พิพิธภัณฑ์ Modern Art ในนิวยอร์ก
5. Paul Rand
มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน
Paul Rand ขอเรียกค่าจ้างในการออกแบบโลโก้กับ Steve Jobs ว่า คุณจ่ายเงินให้ผม $100,000 แล้วผมจะออกแบบโลโก้มาให้เพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้น 2 อาทิตย์ Rand นำโลโก้ NeXT ออกมา และ Steve Jobs พูดเพียงว่าตัว ‘e’ ควรจะเป็นสีเลืองสดใส
6. Rob Janoff
มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน
Rob Janoff เขาเป็นผู้ออกแบบโลโก้ดั้งเดิมของ Apple ซึ่งมีลักษณะเป็นสายรุ้งในปี 1977 ในตอนนั้นเขาเป็น Art Director ของบริษัทเอเจนซี่ Regis McKenna โดยแนวทางในการออกแบบนั้นเขาได้จาก Steve Jobs ที่บอกว่า “อย่าทำให้มันดูน่ารัก” โดย 1 ใน 2 โลโก้ที่เขานำเสนอ คือมีรอยกัดและไม่มีรอยกัดที่ผลแอ๊ปเปิ้ล โดยสุดท้าย Jobs เลือกเอาโลโก้ Appleที่มีรอยกัด เนื่องจากดูเป็นเอกลักษณ์ดี
7. Walter Landauer
มาดูหน้าตาผู้ออกแบบโลโก้แบรนด์ดังทั้ง 7 คนกัน
Walter Landauer ผู้นี้โด่งดังในด้านการออกแบบโลโก้ และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Landor Associates โดยผลงานที่โด่งดังของเขาคือ การออกแบบโลโก้ FedEx ซึ่งเป็นการออกแบบที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากมีแบบมากกว่า 200 แบบให้เลือก และสุดท้าย CEO ของFedEx ได้เลือกอันที่มีลักษณะเป็นรูปลูกศรไปข้างหน้า

ทำไม? "นักบิน-แอร์" จึงเสี่ยง 2 เท่า ต่อการเป็น"มะเร็งผิวหนัง"

ทำไม? "นักบิน-แอร์" จึงเสี่ยง 2 เท่า ต่อการเป็น"มะเร็งผิวหนัง"

http://campus.sanook.com/





ผลการวิจัยตีพิมพ์ลงในวารสารสมาคมแพทย์โรคผิวหนังอเมริกัน เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าผู้ที่ทำงานเป็น และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า
งานวิจัยดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์รวบรวมงานศึกษาวิจัยจำนวน 19 ชิ้น ที่มีกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 266,000 คน พบว่าอัตราการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังของนักบินมีสูงกว่าบุคคลที่ใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไปราว 2.21 ถึง 2.22 เท่าตัว ขณะที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะสูงกว่าคนทั่วไปอยู่ราว 2.09 หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยราว 2 เท่าของคนทั่วๆ ไป โดยรายงานระบุว่าอัตราการเกิดโรคดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรังสีอัลตราไวโอเลตที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างห้องนักบิน และหน้าต่างตัวเครื่องเข้ามาภายใน ขณะที่เครื่องบินบินอยู่ในระดับสูง
นักวิจัยระบุว่า ระดับความเข้มข้นของรังสีอัลตราไวโอเลตในระดับความสูง 30,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นระดับความสูงที่เครื่องบินโดยสารส่วนใหญ่ใช้บินนั้นจะมีอันตรายกว่าบนพื้นผิวโลกถึง 2 เท่า และระดับความเข้มข้นนั้นจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกในกรณีที่เครื่องบินบินผ่านกลุ่มเมฆหนาซึ่งส่งผลให้แสงแดดสะท้อนเข้ามาในตัวเครื่องบินเพิ่มมากขึ้นถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ จากผลการวิจัยดังกล่าวนักวิจัยระบุว่า แม้ว่ากลุ่มอาชีพนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะทราบดีถึงความเสี่ยงในการทำงานเกี่ยวกับรังสีไอออนไนซ์
แต่อันตรายซึ่งเกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตนั้นยังไม่ได้รับการยอมรับกันว่าเป็นความเสี่ยงของงานอาชีพที่ต้องทำงานบนเครื่องบิน
อนึ่งในปีนี้ ในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือเมลาโนมา มากถึง 76,000 ราย โดยมีผู้ที่อาการหนักจนคาดว่าจะเสียชีวิตเพราะโรคนี้มากถึง 9,710 ราย

รู้แล้วทึ่ง!! อาชีพสุดแปลก เงินเดือนเกินล้าน


รู้แล้วทึ่ง!! อาชีพสุดแปลก เงินเดือนเกินล้าน

www.sanook.com 

รู้แล้วทึ่ง!! อาชีพสุดแปลก เงินเดือนเกินล้าน
แน่นอนว่าบนโลกนี้ มีหลากหลายมากมาย แต่เชื่อว่าเกือบ 90% หลายๆคนทำงานตรงกับสายงานที่เรียนมา แต่หนึ่งในอาชีพที่หลายๆคนอาจจะไม่เชื่อว่าจะทำรายได้ดี เรารวบรวมมาให้คุณแล้วที่นี่
1.สัปเหร่อ
รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ $45,060 หรือประมาณ 1,400,000 บาท
อาชีพ นี้ เป็นอาชีพที่ไม่น่ารื่นรมย์นัก แต่กลับมีรายได้สูงมากทีเดียว ทั้งการแต่งหน้าศพ ทำผม แต่ฟังดูแล้ว ดูเป็นอาชีพที่น่าขนลุกไม่น้อย แต่ถ้าใครใจกล้า รับรองว่ารายได้ไม่ธรรมดาจริงๆ
2.นักชิมไอศกรีม
รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ $56,000 หรือประมาณ 1,750,000 บาท
ฟัง ดูแล้วอาชีพนี้ น่าสนใจแถมรายได้ไม่ธรรมดาอีกด้วย เหมาะกับคนที่ชอบทานของหวาน ก็น่าจะชอบอาชีพนี้ แต่รู้หรือไม่ว่าทำไมรายได้อาชีพถึงดีอย่างไม่น่าเชื่อ ก็เพราะว่าชีวิตใน แต่ละวันของนักชิมไอศกรีม ต้องพบเจอกับสารปรุงแต่งต่างๆ ที่เป็นสารเคมี มากมายนั่นเอง
3.นายแบบ นางแบบ เฉพาะส่วน
รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ $55,000 หรือประมาณ 1,710,000 บาท
อาชีพ นี้ ถ้าใครเกิดมามีรูปร่างดี สัดส่วนดี ก็ถือเป็นโชคดีก็แล้วกัน เพราะในต่างประเทศ มักจะมีการถ่ายแบบเฉพาะส่วน เพื่อลงในนิตยสาร หรือหนังสือต่างๆ ถ้าใครมีอวัยวะสวยงามทุกส่วนของร่างกายล่ะก็ รับรองว่าเงินแน่นกระเป๋าอย่างแน่นอน
4.นักพากย์เสียง
รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ $50,000 - 80,000 หรือประมาณ 1,500,000 - 2,500,000 บาท
นักพากย์เสียง ยิ่งถ้ามีประสบการณ์เยอะ ก็ยิ่งทำเงินได้มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการสร้างรายได้ 300 $ (10,000 บาท) ภายใน 5 นาทีได้
5.นักช้อปปิ้งปริศนา
รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ $20 - $30 ต่อครั้ง หรือประมาณ 600-1,000 บาท
คน เหล่านี้เป็นนักช้อปปิ้ง ที่บริษัทจ้างขึ้นมา เพื่อปลอมตัวเป็นลูกค้าจริงๆ เพื่อที่จะทำการประเมินคุณภาพของร้านค้า ว่าควรดูแลพนักงานของเขาอย่างไร

ดื่มอย่างไรให้สุขภาพดี



ดื่มอย่างไรให้สุขภาพดี

credit: www.campus.sanook.com 

รู้หรือไม่ กาแฟ ชาดำ ไวน์แดง และเบียร์ ดีต่อสุขภาพ หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม
ดื่มอย่างไรให้สุขภาพดี
ชำเลืองไปที่เครื่องในร้านค้า พร้อม อุทานในใจว่า “ไม่เอา อ้วน” ใช่ค่ะ เราอาจจะมองว่ามันเป็นสาเหตุเลยที่ทำให้ชีวิตนี้ฉันไม่มีหุ่นเพรียวลม แต่มีการวิจัยที่อาจจะทำให้คุณกลับมาคิดใหม่ ว่าประโยชน์ของมัน คนละเรื่องกับความอ้วนเลยนะ เราอาจจะเลือกหยิบชาเขียวเป็นอันดับแรกๆ แต่กลายเป็นว่า “เฮ้! กาแฟ ชาดำ ไวน์แดง และเบียร์ ดีต่อสุขภาพ!!” แต่ช้าก่อน ทั้งหมดนี้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่า คุณต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสมนะจ๊ะ จะบอกให้
1.เบียร์กับโรคเบาหวาน
ฮอพเป็นพืชตัวตั้งต้นในการผลิตเบียร์ ซึ่งมีอนุพนธ์เฉพาะที่เรียกว่า humulones ทางกระบวนการผลิตทราบกันดีว่าสารตัวนี้ทำให้เบียร์รสชาติอร่อยกลมกล่อม และแน่นอนเราไม่รู้ ฮะฮ่า แต่ไม่เป็นไร ไปดูประโยชน์ของมันดีกว่า จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในAngewandte Chemie International Edition พบว่าฮอพเป็นหนทางหนึ่งนำไปคิดค้นยาเพื่อรักษาโรคมะเร็ง การอักเสบ และแม้กระทั่งการลดน้ำหนัก นอกจากนั้นยังมี Bittering Acid ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำเบียร์พบว่ามีประโยชน์ต่อความก้าวหน้าในการรักษาเช่นกัน ที่นี่การกินเบียร์วันละนิด ก็เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้วค่ะ ย้ำว่า วันละนิดนะคะ
2.เบียร์สำหรับสุขภาพสมอง
เบียร์อีกแล้วค่ะ แต่ใช่ว่าไม่เมาไม่เลิก เพราะหากในปริมาณพอเหมาะ ก็พบว่าเบียร์ช่วยปกป้องสุขภาพของกระดูก หัวใจ ตับ และสมอง และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง แต่ถ้าหากดื่มในปริมาณมากจะก่อให้เกิดไขมันสะสม หรือ พุง
3. น้ำสำหรับความชุ่มชื้น
ถ้าไม่ชอบเครื่องดื่มอื่นๆ น้ำคือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของร่างกายที่สำคัญที่สุด น้ำช่วยปกป้องข้อต่อ กระดูกและอวัยวะ ช่วยเรื่องการย่อย การกำจัดของเสีย และทำให้ร่างกายชุ่มชื้น ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่าง Dr.Janet Colson กล่าวว่า “ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าน้ำอีกแล้ว” เพราะในน้ำนั้นไม่มีสิ่งเจือปนและยังไม่มีสารปรุงรสปรุงแต่งใดๆ และถ้าเราดื่มน้ำเราก็ไม่จำเป็นต้องไปดื่มเครื่องดื่มอื่นเพื่อสุขภาพ เราอาจกังวลว่า ต้องดื่มน้ำเปล่าเท่าไหร่ล่ะถึงจะพอดี ซึ่งสถาบันการแพทย์ในนิวยอร์กแนะนำปริมาณที่เพียงพอ คือ ประมาณ 9-13 ถ้วยน้ำต่อวัน แต่ก็อย่าลืมว่าของเหลวอื่นๆ หรือน้ำที่มาจากอาหารก็อยู่ในคำแนะนำของแพทย์ด้วย ดังนั้นกินน้ำและก็กินข้าวด้วยล่ะ
4.นมเพื่อสุขภาพกระดูก
นมวัวยังมีการโต้แย้งในวงการ แต่หลายหน่วยงานต่างแนะนำนมไม่มีไขมัน หรือ นมไขมันต่ำ เพราะมันเป็นแหล่งของโปรตีน แคลเซี่ยม และวิตามินดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่แพ้แลคโตสหรือแพ้โปรตีนในนม ในบ้านเราอาจจะไม่ค่อยมีคนแพ้ อารมณ์แบบพี่ไทยกินเรียบ แต่สำหรับคนที่แพ้แลคโตส ก็แนะนำนมจากถั่วหรืออัลมอลล์เลยค่ะ
5.น้ำผักสำหรับวิตามิน
ถ้าคุณชอบดื่มน้ำผลไม้ในตอนเช้า ลองเปลี่ยนเป็นน้ำมะเขือเทศ หรือนำผักอื่นๆ ซึ่งมีคุณค่าพอๆกับน้ำเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารอย่า วิตามิน A C และไลโคปีน แต่อย่าใส่น้ำตาลมากเกินไปเพราะ ถ้าเป้าหมายของคุณคือการลดน้ำหนัก คุณอาจจะเฟลจากภารกิจนี้ได้
6.กาแฟสำหรับสารต้านอนุมูลอิสระ
รู้ไหมการดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วมีผลทำให้อายุยืน โดยมีการศึกษาจำนวนมากพบว่าการดื่มแฟเชื่อมโยงไปถึงการลดความเสี่ยง โรคเบาหวาน โรคพาร์กินสัน โรคมะเร็ง และอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะจากสารต้านอนุมูลอิสระ สำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพและสามารถช่วยป้องกันโรคบางอย่างได้ คาเฟอีนในกาแฟยังเป็นตัวเพิ่มพลังงานระหว่างวัน แต่ไม่ควรเกิด 3 แก้วต่อวัน เพราะจะทำให้ร่างกายรับคาเฟอีนมากเกินไป
7.ชาดำสำหรับการป้องกันโรค
ถ้าคุณชอบรสชาติของชา ชาดำร้อนหรือเย็น ต่างก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกับกาแฟ ชาดำจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญเล็กน้อยและมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่เตือนว่าถ้าดื่มมากกว่าวันละหนึ่งแก้วจะมีผลทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ คุณอาจจะจำเป็นต้องดื่มน้ำเปล่ามากขึ้นเพื่อทดแทน
8.ชาเขียวสำหรับสารต้านอนุมูลอิสระ
ขอแสดงความยินดีกับคอชาเขียว เพราะถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก และคุณประโยชน์คล้ายกับการดื่มกาแฟและชาดำ ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้นและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ปีที่ผ่านมามีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าชาเขียวลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและ โรคมะเร็งบางชนิดได้ด้วย ถึงแม้จะช่วยเผาผลาญได้แต่ก็ได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งตรงกันข้ามกับความเชื่อที่ว่าชาเขียวจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญและลดน้ำหนักได้
9. ไวน์เพื่อสุขภาพหัวใจ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจจะมีคุณสมบัติคล้ายเบียร์ หากอยู่ในปริมานที่เหมาะสม โดยเฉพาะส่วนประกอบresveratrol ที่พบในไวน์แดง ช่วยเพิ่มสุขภาพของหัวใจ ลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง และอาจจะรวมถึงการกำจัดไขมัน จากการวิจัยล่าสุด ผู้หญิงในช่วงวัยกลางคนหากดื่มอย่างพอดีพบว่า ปัญหาของโรงเบาหวาน หรืออัลไซเมอร์ภายหลังลดลง แต่อย่าลืมว่า ประโยชน์สูงสุดที่เกิดขึ้นนั้นต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมนะคะ

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ใครที่กำลังหาแหล่งทำบุญดีๆ นี่เลยจ้าา

ใครที่กำลังหาแหล่งทำบุญดีๆ นี่เลยจ้าา

credit: www.fungdham.com



ใครที่กำลังหาแหล่งทำบุญวดี ๆ แวะเข้าชมเว็บต่าง ๆ ด้านล่าง

 ศูนย์รวมการบริจาคออนไลน์ 
เว็บศูนย์รวมการบริจาคออนไลน์ รวบรวมมูลนิธิต่าง ๆ ได้ดีที่สุดแล้วครับ ฐานข้อมูลการทำบุญที่ใหญ่ที่สุด มีแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่อผู้ที่ต้องการบริจาคในแบบที่ตนต้องการ เช่น บริจาคเงิน อวัยวะ เสื้อผ้า สถานสงเคราะห์ เด็ก คนชรา สัตว์ ฯลฯ
http://www.thaigiving.org/
 ลานธรรม
ห้องสมาชิกสัมพันธ์ของเว็บลานธรรม เพื่อประกาศบอกบุญต่าง ๆ
http://larndham.net/index.php?s=c2ff0f9003ecf9505b64f4248cc463ec&showforum=4
 เว็บบอร์ดธรรมจักร
กิจกรรมงานบุญต่าง ๆ เว็บบอร์ดธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=10&sid=86f8e48ca031e1d47bc51b4edd51356c
 เว็บบอร์ดพลังจิต
สารพันงานบุญเว็บบอร์ดพลังจิต ทั้งงานวัด วิหาร พระพุทธรูป ธรรมทาน กฐิน ผ้าป่า ฯลฯ
http://www.palungjit.com/board/forumdisplay.php?f=7
 เว็บบอร์ดธรรมะไทย 
กิจกรรมทำบุญต่าง ๆ จากบอร์ดประชาสัมพันธ์ของเว็บธรรมะไทย
http://www.dhammathai.org/webbokboon/webboard.php
 ลานพระพุทธศาสนา 
ลานประกาศและบอกบุญของเว็บลานพระพุทธศาสนา
http://www.larnbuddhism.com/webboard/index.php?board=4.0
แหล่งทำบุญวันเกิด-มูลนิธิที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ทันที
 มูลนิธิรามาธิบดี โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 
 โครงการที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก โอนเข้าบัญชีได้โดยตรง
http://www.ramafoundation.or.th/
 ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์
 บริจาคช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุ
http://www.phrabatnampu.com/
 ช่วยเหลือพระสงฆ์
 บริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลสงฆ์
http://www.priest-hospital.go.th
 ช่วยเหลือเด็ก
 มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
http://www.iamchild.org/
 มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ
http://www.doctordek.com/
 มูลนิธิรักษ์เด็ก
http://www.rakdek.or.th/
 มูลนิธิพิทักษ์สิทธิเด็ก
http://www.thaichildrights.org/
 มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาสศูนย์พลาญย่อย
http://foundations.plarnkhoi.com/
 ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
 มูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง
http://www.pohtecktung.com
 มูลนิธิร่วมกตัญญู
http://www.ruamkatanyu.or.th/
 ช่วยเหลือคนพิการ
 มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
http://www.tddf.or.th
 มูลนิธิขาเทียม
http://www.rehabmed.or.th/pros/
 มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย
http://www.blind.or.th
 ช่วยเหลือผู้หญิง
 มูลนิธิเพื่อนหญิง
http://www.friendsofwomen.net/ 
 มูลนิธิผู้หญิง
http://www.womenthai.org/
 ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสังคมอื่น ๆ 
 มูลนิธิดวงประทีป
http://www.dpf.or.th/
 มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
http://www.thaivolunteer.org/
 มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทย
http://www.thaiheartfound.org/ 
 สภากาชาดไทย
http://www.redcross.or.th/
 ช่วยเหลือสัตว์
 มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ
http://www.home4animals.org
 มูลนิธิเพื่อนช้าง
http://www.elephant-soraida.com/
 ช่วยเหลือสังคมด้านทรัพยากรธรรมชาติ
 มูลนิธิชัยพัฒนา
http://www.chaipat.or.th/
 มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

http://www.terraper.org


Here's to a Fresh Start

Here's to a Fresh Start

เรียนภาษาอังกฤษที่ Lingo Thailand 02.270.0249 



Here's to a fresh start!