แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ: Parts of Speech แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ: Parts of Speech แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ: คำนาม เอกพจน์ พหูพจน์ การนับคำนาม

สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ: คำนาม เอกพจน์ พหูพจน์ การนับคำนาม

www.siraekabut.com

คำนาม เอกพจน์ พหูพจน์ การนับคำนาม

  • คำนามเอกพจน์ จะตามด้วย is/am/has/does/Vเติม s,es เมื่อใช้ Present Simple
  • คำนามพหูพจน์ จะตามด้วย are/have/do/V ไม่เติม s,es เมื่อใช้ Present Simple
  • เวลาใช้นามขยายนาม นามตัวหน้าจะห้ามเติม s เด็ดขาด เช่น Vegetable soup
  • ถ้าใช้นามขยายนาม แล้วนามตัวขยายมีการใช้ร่วมกับตัวเลข จะใช้คำนามเอกพจน์ เชื่อมด้วย – เช่น five-year-oldson
  • นามนับได้เอกพจน์ ถ้าไม่เจาะจงจะนำหน้าด้วย a, an (กรณีที่คำตามหลังออกเสียง ออ-) หรือใช้ the ในกรณีที่เจาะจง หรือผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าพูดถึงอะไรอยู่
  • นามนับไม่ได้ จะถือว่าเป็นเอกพจน์เสมอ และจะไม่มีการใช้ a/an นำหน้าด้วย
  • นามนับได้เอกพจน์ สามารถนำหน้าด้วย one, each, every
  • นามนับได้พหูพจน์ สามารถนำหน้าด้วย two, both, a couple of, a few, several, many, a number of
  • นามนับไม่ได้ สามารถนำหน้าด้วย a little, much, a great deal of
  • ส่วนตัวที่นำหน้าได้ทั้งนามนับได้และนับไม่ได้ คือ not any/no, some, a lot of, lots of, plenty of, most, all
  • a few / a little เป็นคำในแง่ดี คือ พอมีอยู่
  • few / little เป็นคำในแง่ลบ คือมีน้อยมาก
  • other = อันอื่น / another อีกอันหนึ่งจากสิ่งที่พูดถึง / the other(s) อันที่เหลือจากส่งที่พูดถึง

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ: Parts of Speech

สรุป Grammar ภาษาอังกฤษ: Parts of Speech

www.siraekabut.com


Parts of Speech

ประเภทของคำในประโยคภาษาอังกฤษ
  • Verb กิริยา คำที่แสดงการกระทำ เช่น  (to) be, have, do, like, work, sing, can, must
  • Noun คำนาม คือคำที่แทนสิ่งต่างๆ เช่น  คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ เช่น pen, dog, work, music, town, London, teacher, John
  • Adjective คำขยาย(บรรยาย)คำนาม  เช่น  a/an, the, some, good, big, red, well, interesting (มักอยู่หน้าคำนาม)
  • Adverb คำขยาย Verb, Adjective หรือขยาย Adverb เอง มักลงท้ายด้วย -ly เช่น quickly, silently, well, badly, very, really (มักอยู่หน้า verb หรืออยู่ท้ายประโยค)
  • Pronoun คำสรรพนาม เอาไว้พูดแทนคำนามที่พูดไปแล้ว เช่น  I, you, he, she, some
  • Preposition คำบุพบท ใช้เชื่อมคำนามกับคำนามอื่น เช่น in, on, at, to, after, under, over, from (มักอยู่หลังคำนามที่มันไปขยาย)
    • in ใช้กับบอกตำแหน่งแบบกว้างๆ ไม่เจาะจง เช่น in May(เดือน), in 2010(ปี), in Bangkok(จังหวัด), in Thailand (ประเทศ)
    • on ใช้กับการบอกตำแหน่งแบบเจาะจงยิ่งขึ้น เช่น on Tuesday (วัน), on Sukhumvit Road (ถนน)
    • at ใช้กับการบอกตำแหน่งแบบเจาะจงที่สุด เช่น at 11:00(เวลา), at Central World (สถานที่เจาะจง)
  • Conjunction คำสันธาน เอาไว้เชื่อมประโยค หรือเชื่อมคำ เช่น  and, but, or, nor, for, yet, so, although, because, since, unless

ประโยคในภาษาอักฤษ

การที่จะสร้างประโยคได้ จะต้องประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ Subject (ประธาน) + Verb (กิริยา) และถ้ากิริยานั้นต้องการกรรมด้วย ก็ต้องมี Object (กรรม) ด้วย
  • สิ่งที่จะเป็นประธานของประโยคได้นั้นก็คือคำที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เช่น Noun เอง หรือจะเป็น Pronoun ก็ได้  แต่ก็อาจมีตัวมาขยายคำนามซึ่งก็คือ Adjective หรือ อาจมีตัวที่จะมาเชื่อมคำนามด้วย ซึ่งก็คือ Preposition
  • ส่วนกิริยานั้นจะต้องเป็น Verb ซึ่งก็อาจมีตัวมาขยายซึ่งก็คือ Adverb
  • และส่วนที่เป็น Object ก็จะเป็นคำที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เช่นเดียวกับประธานของประโยค
  • และเมื่อเราต้องการเชื่อมประโยคหลายๆ อันเข้าด้วยกัน ก็จะต้องใช้ Conjunction ในการเชื่อมนั่นเอง