แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำหรับวัยรุ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำหรับวัยรุ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ชาวนาญี่ปุ่น แปลงโฉมที่นาของตนเอง ให้กลายเป็นงานศิลปะสุดเท่ห์

ชาวนาญี่ปุ่น เเปลงโฉมที่นา

กลายเป็นงานศิลปะสุดเท่ห์


www.naibann


ประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะมีเทคโนโลยีอันทันสมัยแล้ว ยังมีไอเดียสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจอีกมากเลยทีเดียวล่ะ แม้แต่อาชีพ ชาวนา ก็สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะสวยๆลงบนที่นาของตนเองได้ด้วย
art on farm field in japan (5)

ชาวนาญี่ปุ่น เปลี่ยนทุ่งนาของพวกเขาให้กลายเป็นงานศิลปะ โดยการปลูกหญ้าที่มีสีต่างกันลงไปบนที่นา เป็นลวดลายหลายแบบ ทั้งนิทานพื้นบ้าน ศิลปะ รูปวาด หรือแม้กระทั่งการ์ตูนยอดฮิตของเด็กๆ

art on farm field in japan (2)

การปลูกหญ้าก็ต้องออกแบบและจัดเรียงเป็นอย่างดี การจะมองภาพนั้นก็ไม่สามารถไปชมใกล้ๆได้ ต้องไปมองจากด้านบน หรือมองจากมุมใดมุมหนึ่งที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ก็จะสามารถเห็นเป็นรูปร่างได้
นอกจากจะสร้างเอกลักษณ์ให้กับทุ่งนาของตนเอง เป็นการสร้างสรรค์สวยๆแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของท้องถิ่น ดึงดูดผู้คนมาได้อีกมากมายเลยล่ะ…..

art on farm field in japan (7)art on farm field in japan (8)art on farm field in japan (9)art on farm field in japan (1)art on farm field in japan (3)art on farm field in japan (4)art on farm field in japan (6)

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รวมไวยากรณ์ Grammar

รวมไวยากรณ์ 

Grammar




Tense คือ กาล หรือ เวลา

ใช้ในการแสดง เวลา ของ การกระทำ เพื่อพูดบอกเหตุการณ์นั้นๆ ว่าเป็น ปัจจุบัน อดีตหรือ อนาคต
I ate rice yesterday
ฉันกินข้าวเมื่อวาน
I eat rice
ฉันกินข้าว
I will eat rice tomorrow
ฉันจะกินข้าวพรุ่งนี้
1. Present Tense - ปัจจุบัน
2. Past Tense - อดีต
3. Future Tense - อนาคต
และในแต่ละเวลากาล จะมี Tense ย่อยๆแบ่งออกเป็นหลัก อีก 4 Tense คือ
1. Simple (แสดงเวลากระทำโดยไม่ได้กำหนดว่ากระทำเสร็จตอนไหน)
2. Continuous (แสดงเวลาว่าการกระทำที่กำลังทำอยู่ (เจาะจงเวลา))
3. Perfect (แสดงเวลาที่กระทำเสร็จไปแล้ว)
4. Perfect Continuous (แสดงเวลาการกระทำนั้นได้เริ่มทำแล้ว และยังคงทำอยู่)
Tense หลักพื้นฐาน 3 อย่าง
1. Present Simple:- + V1
2. Past Simple : - + V2
3. Future Simple : will,shall + V+ infinitive (V1)
ผสานกับ รูปหลัก 2 อย่าง
รูป Continuous: be + V+ing
รูป Perfect : have + V3
4. Present Continuous จะเห็นว่า คือ Present รวมกะรูป Continuous
ให้ทำดังนี้
- V1 
V to be V+ing
 = is,am,are + V+ ing (V to be ช่อง 1 คือ is,am,are )
5. Present Perfectจะเห็นว่า คือ Present รวมกะรูป Perfect
ให้ทำดังนี้
- V1 
 have + V3
has,have+ V3 (Have ช่อง1คือ has/have )
6. Present Perfect Continuous
- V1  
 have V3 
 be V+ing
Present + Perfect + Continuous เหลื่อมกันอย่างละช่อง
V1+ have คือ has,have : V3 + be = been : V +ing
รวมแล้วได้ = has/have + been + v +ing
ต่อไปลองทำเองละกันนะ จะสรุปเลยว่าได้อะไร
7. Past Perfect = had +V3
8. Past Continuous = was,were + Ving
9. Past Perfect Continuous = had + been + Ving
10. Future Perfect = will + have + V3
11. Future Continuous = will + be + Ving
12. Future Perfect Continuous = will + have + been + Ving
--------------------------------------------------------------------------------

1. Present Simple
แสดงการกระทำที่ทำเป็นประจำ มีคำบอกพวก always , often , every , seldom ( บอกว่าไม่บ่อยก็ใช่ )
แสดงความจริงทางวิทยาศาสตร์ สัจธรรม สุภาษิต
แสดงความจริงขณะที่พูดอยู่
เช่น
I watch TV everyday.
The world is round.
Joe and David are brothers.
2. Present Continuous
Gina talking on the phone now.

Bob is baking a cake. 
3. Present Perfect
ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่ดำเนินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน มักมีคำว่า since , for , so far
ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว แต่ผลของการกระทำยังอยู่
แสดงเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลงไป มักมีคำว่า just , yet , already , recently , lately , finally , eventually
ใช้กับเหตุการณ์ที่ เคย/ไม่เคยทำ บอกจำนวนครั้งในอดีต มักมีคำว่า ever , never , once , twice ,again and again ...
เช่น

I've already read this book. 
4. Present Perfect Continuous
ใช้เหมือน Present Perfect แต่เน้นความต่อเนื่องของเวลาว่ายาวนาน มักมีคำว่า all week , all day ..
และใช้เน้นว่าจำดำเนินต่อเรื่อยไปในอนาคตด้วย
เช่น
I have been sitting here since 6 o'clock ( คือเน้นว่านั่งมานานแล้วแล้วก็จะนั่งต่อไป)
แต่ถ้าเป็น I have sat here since 6 o'clock ( บอกว่านั่งมานานแล้วต่อไปจะเป็นไงไม่รู้)
5. Past Simple
ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่ได้จบลงไปแล้ว มักมีคำบอกเวลาดังนี้ yesterday , in the past , ago , in 1983 (ปีอดีต) , the other day , last ( night , week ... )
คำว่า"used to" ซึ่งเป็นการใช้กับสิ่งที่เคยทำเป็นประจำในอดีต แต่ตอนนี้เลิกทำแล้ว คำว่า "used"ในความหมายนี้ จึงเติม ed เสมอ
เช่น

She used to drink milk every night.
6. Past Perfect
ใช้เป็น Combo กับ Past Simple
โดยที่ ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต 2 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน
ที่เกิดก่อนใช้ Past Perfect ที่เกิดที่หลังใช้ Past Simple
เช่น
She had finished her breakfast before I arrived.
7. Past Continuous
ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต
ใช้กับ 2 เหตุการณ์ในอดีต ( Combo กับ Past Simple อีกแล้ว )
เหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ ( ใช้ Past Continuous ) แล้วก็มีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาแทรก ( ใช้ Past Simple )
ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่ดำเนินไปพร้อมๆกันในอดีต มักมีคำว่า while , as เชื่อม
เช่น
At 8 o'clock last night , she was studying.
While I was walking down the street , it began to rain.
You were running in the park while I was swimming in the pool.
8. Past Perfect Continuous
ใช้เหมือน Past Perfect แต่เน้นว่า มีเหตุการณ์อย่างแรกดำเนินมาเรื่อยจนมีเหตุการณ์หลังเกิดขึ้น
เช่น
The police had been looking for the criminal for 2 years before they caught him.
9. Future Simple
แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต มีคำบอกเวลาคือ tomorrow , next (time,month...) , soon , shortly
be going to ต่างกับ will,shall ตรงไหน ??
will shall แสดงความเต็มใจทำให้ (ไม่ได้วางแผน)
be going to แสดงการวางแผนล่วงหน้า
แต่ถ้าคาดการณ์ว่าอาจเกิดในอนาคตใช้ได้ทั้ง2อย่าง
กรณีต่อไปนี้ห้ามใช้ be going to แทน will shall
เหตุการณ์แทนความจริง
ไม่นิยมใช้กับ V1 ที่แสดงความรับรู้ ความคิดเห็น
ไม่นิยมใช้กับ if clause
แต่ถ้าประโยคมีคำเชื่อมพวก when,before,after,as soon as,until ประโยคที่ติดกับคำเชื่อมจะเป็น present Simple แต่อีกประโยคจะเป็น Future Simple
เช่น
Ask your teacher about it. She will help you.
I'm going to paint my bedroom tomorrow.
Ice will melt in a few minutes.
I will love you forever.
I will buy you a cake if you give me money.
10. Future Continuous
ใช้กับการคาดคะเนว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้นๆในเวลาจุดนั้นในอนาคต
เช่น
At the same time tomorrow , I will be sitting here.
11. Future Perfect
ใช้คาดการณ์ว่าจะกระทำในอนาคตและจะเสร็จสิ้นเมื่อถึงเวลาใดเวลาหนึ่ง มักมีคำว่า by next week , by tomorrw by 9 o'clock
เช่น
I will have finished my homework by the time I go out on a date tonight.
12. Future Perfect Continuous
ใช้คล้ายกับ Future Perfect แต่เน้นว่าอาจมีการดำเนินต่อไป
เช่น
I will go to bed at 10 PM. He will get home at midnight.
At midnight, I will be sleeping.
I will have been sleeping for 2 hours by the time he gets hom
e.


วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

English for Teens คอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับวัยรุ่น

English for Teens 

คอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับวัยรุ่น


www.lingothailand.com






สถาบันสอนภาษา Lingo
 เรียนภาษาอังกฤษ สนุก ง่ายกว่าที่คิด
BTS Ari Station / 02.270.0249
เหมาะ สำหรับเด็ก  10 - 15 ปี


5- 8 คน คลาสเล็กๆที่ดูแลกันทั่วถึง :)

สำหรับน้องๆ คุณหนูๆ ที่กำลังจะปิดเทอมแล้วอยากฝึกภาษา 
หลักสูตรนี้จะเน้นการ สนทนาภาษาอังกฤษ การพูดภาษาอังกฤษ หลักสนทนาเบื้องต้น  
ที่จะทำให้น้องๆ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ   

รวมถึงฝึกการออกเสียง ด้วยหลักสูตร Phonics ควบคู่ไปด้วย  
เพิ่มความมั่นใจในทุกๆ ด้าน เน้นให้น้องสนุกสนานและกล้าแสดงออก คุ้นเคยกับเจ้าของภาษา 
และรักในภาษาอังฏฤษ

ระยะเวลา 20 ชม  ราคา 7,500  ค่ะ 

เมื่อเรียนจบ สามารถสื่อสารเข้าใจพร้อมแต่งประโยคภาษาอังกฤษ ได้อย่างถูกต้องตามหลักและออกเสียงได้สำเนียงทีดี กับอาจารย์เจ้าของภาษา และบทสนทนา พื้นฐานที่สามารถใช่ได้ในชีวิตประจำวัน




ลงสมัครกันเข้ามาได้เรื่อยๆค่ะ 




รอบ ลง เรียน จัน - ศุกรฺ์  รีบโทรมาจองกันเร็วๆนะคะ








www.lingothailand.com 
: )
“Think in English!”
Email: learn@lingothailand.com
Phone: +66 2 270 0249 or +66 86 339 1017
Twitter: @lingothailand
Instagram: lingothailand